[Kalo talk]
ผมไม่อยากยอมรับเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกประสาทเสียมากขนาดนี้
เมื อวานผมถึงทำอะไรที่มันทุเรศไปตั้งหลายอย่างต่อหน้าเพื่อนทั้งสองของผม
ตอนนี้ผมกำลังขี่มังกรข้ามผ่านชายแดนไปยังเดมอสโดยมีไอ้คิล(ที่ขี่มังกรไม่เป็น)นั่งซ้อนอยู่
ส่วนโร เนื่องจากว่ามังกรหนึ่งตัวนั่งได้แค่ 2
คนเท่านั้นมันเลยได้ขี่มังกรอีกตัวคนเดียว
ในระหว่างที่นั่งอยู่บนหลังมังกรพวกเราไม่ได้พูดอะไรกันเลย
เพราะถึงพูดไปก็ฟังกันไม่รู้เรื่องหรอกลมมันแรงมาก
แต่ละคนจึงตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง
ไอ้โร ผมไม่รู้ว่ามันคิดเรื่องอะไรอยู่แต่คงจะเป็นเรื่องที่หนักพอดูเพราะว่ามันขมวดคิ้วอยู่ตลอดเวลา
ผมไม่ได้เจอมันมาตั้ง 5 ปีแล้ว
มันเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงเยอะที่สุดในบรรดาเพื่อนทั้งหมด
ใครจะรู้ล่ะว่ามันเป็นทึกเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์
แล้วใครจะรู้ล่ะว่าเจ้าชายโรแห่งทริสทอร์กับเจ้าชายชาเบรียนแห่งเวนอลคือคนๆเดียวกัน
ผมไม่ค่อยเข้าใจเรื่องของมันนัก
รู้แต่ว่าจักรพรรดิวิลเลี่ยมที่ 3 แห่งเวนอล(พ่อของโร)
ไปสัญญาอะไรซักอย่างกับทริสทอร์ไว้จึงต้องยกลูกชายให้ทางทริสทอร์
แถมยังไปสัญญาอีกว่าจะยกลูกสาวให้เป็นภรรยาของคิงริชาร์ดพุงพลุ้ยแห่งแอเรียส
พอคิงริชาร์ดมาสู่ขอแม่จักรพรรดินีวิเวียนสุดสวยโดยเอาสัญญามาอ้าง
แม่สาวน้อยจึงจำต้องยอมทำให้เวนอลขาดผู้นำ
ทางแอเรียสก็คิดจะฮุบเวนอลไว้
ทริสทอร์ยอมไม่ได้
เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นแอเรียสจะกลายเป็นประเทศใหญ่หนึ่งเดียวของเอเดน
ทริสทอร์เลยให้โรกลับคืนสู่ฐานะเดิมและขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งเวนอล
โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือโรจะต้องยกลูกชายคนแรกให้เป็นเจ้าชายรัชทายาทแห่งทริสทอร์
อันที่จริงผมควรจะเรียกมันว่าจักรพรรดิชาเบรียนที่
1 แต่มันรู้สึกกระดากปากอย่างไรบอกไม่ถูก ซึ่งคิลกับเฟรินก็เห็นด้วยกับผม
ตอนนี้เลยมีอยู่แค่ 3 คนเท่านั้นที่ยังเรียกไอ้โรว่าโรอยู่
ส่วนไอ้คนที่มันนั่งซ้อนผมอยู่นี่ไม่ต้องเดาให้ยากเลย
มันต้องนึกเสียดายอยู่แน่ๆ ที่ไม่ได้นั่งซ้อนไอ้โร นี่ผมบอกหรือยังครับว่าโรกับคิลมันมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาต่อกัน
ไม่ใช่แค่ความเป็นเพื่อนแต่มันคล้ายกับความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเฟริน
ส่วนเรื่องที่ผมรู้ได้ยังไงและเมื่อไหร่นั้น
ก็ตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ปี 3 ที่เอดินเบิร์กนั่นแหล่ะครับ
วันนั้นผมพึ่งกลับจากประชุมแล้วก็ไปบังเอิญเห็นเข้าเต็มสองลูกตา
ไอ้โรกับไอ้คิลมันจูบกัน ถึงจะดึกพอสมควรแล้วก็เถอะ
แต่สถานที่ๆพวกมันทำกันน่ะโจ่งแจ้งเอามากๆ
ตอนนั้นผมคิดว่ามันอาจจะเป็นมุมอับทางสายตา ก้เลยลืมๆมันไปซะ
อีกครั้งนึงเป็นวันหยุดแถมยังเป็นช่วงเวลากลางวัน
ผมได้ยินเสียงแปลกๆดังขึ้นจากห้องไอ้โรก็เลยเปิดประตูผัวะเข้าไป คราวนี้ล่ะครับไม่ใช่มุมอับทางสายตาอีกแน่...ภาพที่ไอ้ขอทานมันคร่อมไอ้คิลที่
นอนเปลือยท่อนล่างอยู่บนเตียง
มันฉายชัดอยู่ในดวงตาผม ไอ้โรมันหันมามองด้วยสายตาเย็นชา + ความไม่พอใจ
“หัดเคาะประตูซะมั่งสิ”
ตอนนั้นผมนึกเถียงอยู่ในใจ...แกก็หัดล๊อคประตูซะมั่งสิว่ะ...
แล้วโรมันก็ลุกขึ้นมาใส่กางเกงให้เรียบร้อย
เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ส่วนไอ้คิลตั้งแต่มันเห็ฯหน้าผมมันก็เอาแต่มุดอยู่ใต้ผ้าห่มไม่ยอมโผล่หน้าออกมาเลย
“แกทำชั้นหมดอารมณ์”
“เอ่อ!” ผมตอบได้แค่นั้น เพราะอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก
“ช่างเถอะ แต่แกห้ามเอาไปบอกใครนะโว้ย แม้แต่ไอ้เฟริน”
“อืม ตกลง” ...แหงล่ะ เพราะผมก็ไม่คิดจะบอกอยู่แล้ว
“ดี งั้นแกก็ออกไปได้แล้ว ชั้นจะทำต่อ” ขอทานหนุ่มพูดออกมาหน้าตาเฉย
มีเสียงไอ้คิลประท้วงอู้อี้ดังมาจากใต้ผ้มห่มว่า
“แกยังจะทำอีกเหรอว่ะ”
ตามสบายว่า” ผมรีบเดินออกมา
อดนึกตกใจไม่ได้...เพื่อนตรูเป็นอย่างนี้ไปซะแล้ว
หลังจากนั้นก็ไม่มีใครจับเรื่องนี้ได้อีก
เพราะมันสองคนระวังตัวกันมากขึ้น
ดังนั้นตอนนี้คนที่รู้เรื่องนี้นอกจากมันสองคนแล้วก็มีแค่ผมคนเดียว
โรไม่เคยมาพูดเรื่องนี้กับผมเลย
แต่สำหรับไอ้คิล ผมได้กลายมาเป็นที่ปรึกษาด้านความรักให้มันอย่างจำยอม
ปัญหาใหญ่ของมันที่มักจะเอามาเล่าให้ผมก็คือ
มันรักไอ้โรเข้าแล้วแต่มันดันไม่รู้ว่าโรคิดยังไงกับมันแน่
และนี่ก็ยังเป็นปัญหาที่อีรุงตุงนังมาจนถึงบัดนี้ ผมไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือมากนัก
เพราะถือว่าเรื่องแบบนี้ต้องให้คนท เกี่ยวข้องเท่านนั้นจัดการ
ส่วนใหญ่ผมก็ทำเพียงแค่ปลอบและให้กำลังใจคิลมัน
หรือไม่ก็นั่งฟังมันรำพึงรำพันโดยไม่พูดอะไรเลย
คิดๆไปก็น่าขำดีเหมือนกัน
นักฆ่าหนุ่มพรสวรรค์แห่งตระกูลฟิลมัสต้องมานั่งกลุ้มใจอยู่กับปํญหาเรื่องความรัก
ที่ไม่ใช่แค่รักธรรมดา
การเดินทางโดยขี่มังกรมานั้นเร็วกว่ามาก
ใช้เวลาแค่เพียง 3
วันก็ถึงเดมอสแล้วอย่างง่ายดาย...มันน่าแปลกตรงที่ว่าไม่มีอุปสรรคอะไรเลย
มันง่ายเกินไป...บางทีผมอาจจะคิดมากไปเอง ผมหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น