[Kalo talk]
“ข้าได้รับจดหมายด่วนจากท่านแล้ว คิงคาโล”
ท่านจ้าวเอวิเดสว่าขณะเดินเข้ามาในห้องโถงรับรอง
“ท่านจ้าว
หากท่านไม่ว่าอะไรเราอยากจะขอยาแก้พิษเลยได้หรือไม่” ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรอีก
ผมบอกสิ่งที่ต้องการไปอย่างรวดเร็ว ลางสังหรณ์บอกผมว่าผมควรรีบออกไปจากที่นี่
“ท่าน....” เสียงเจ้ากวางดังแทรกขัดขึ้นอย่างไม่พอใจ
แต่ท่านจ้าวกลับยกมือขึ้ปรามก่อนส่งขวดยาสีฟ้าใสเหลื่อมเงินมาให้ผม
“นี่คือยาแก้พิษรารันทูล่า”
“ขอบคุณมาก...เรารบกวนท่านมานานคงต้องขอตัวกลับก่อนแล้ว”
ผมค้อมหัวให้พ่อตาทีนึงก่อนรีบลากเพื่อน 2 ตัวของผมออกมา
แต่แล้วผมก็ได้พบว่าข้างมีฝนตกหนัก แถมยังหนักมากเสียด้วยสิ
ความสงสัยแล่นเข้ามาในหัว...อะไรกัน เมื่อกี้แดดยังออกเปรี้ยงๆอยู่เลย
“เราเข้าใจความรู้สึกท่านดีคาโล เราเองก็ห่วงเฟลิโอน่าไม่แพ้กัน...แต่ท่านน่าจะรออีกหน่อยนะ”
เสียงนุ่มๆและรอยยิ้มละไมทำให้ผมไม่อาจจะปฏิเสธได้
“เราคงต้องขอรบกวนท่านแล้ว” ผมเอ่ย
ถ้าตอนนั้นผมสังเกตอีกสักหน่อยคงได้เห็นรอยยิ้มอันแสนเจ้าเลห์ที่อยู่ภายใต้หน้ากากของบุรุษแหงความมืด
ผมไม่เข้าใจ หัวใจผมมันเต้นแรงร้อนรุ่มอยู่ข้างใน
อาจจะเพราะแปลกที่เลยทำให้ผมนอนกระวนกระวายไม่ค่อยหลับ
ผมพยายามไม่คิดมากและข่มตานอนให้ได้ แต่มันไม่สำเร็จผมคิดจะลุกไปหยิบน้ำมาดื่ม
แต่ตอนนั้นเองผมก็ได้ยินเสียงหน้าต่างแง้มออก
สายลมพัดวูบเข้ามาในห้องทำเอาผมหนาวสะท้าน
เสียงฝีเท้าของผู้บุกรุกเดินตรงมายังเตียงที่ผมนอนอยู่
ตัวผมเกร็งแน่น ผมพยายามรักษความสม่ำเสมอของลมหายใจเอาไว้
มือหยาบกร้านไล้ไปตามใบหน้าผม ทำเอาขนในกายลุกซู่ไปทั้งตัว มือนั้นเริ่มเลื่อนเข้าไปในเสื้อผม ตอนนี้ผมชักเริ่มรู้สึกถึงอะไรที่มันไม่ชอบมาพากล ยิ่งเมื่อไอ้ผู้บุกรุกนั่นมันถอดเสื้อผมออก ตอนนี้ผมไม่ใจเย็นแล้ว ผมลืมตาโพร่งใช้มือยื้อเสื้อเอาไว้
ต่อไปจะเรทแล้วนะถ้าแน่ใจก็กด ctrl+A แล้วไปเลยเงาตะคุ่มตรงหน้าชะงักเล็กน้อย มันหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่จะรวบข้อมือผมแล้วบิดไปไว้ด้านหลังมัดไว้ด้วยเชือก ผืนผ้าถูกนำมาปิดตาผมไว้ ผมพยายามดิ้นขัดขืนแต่ก็ไร้ผล
“อย่าดิ้นน่า เจ็บตัวเอาเปล่าๆ” เสียงห้าวทุ้มลึกฟังดูคุ้นหู
ถึงผมก็จะมองไม่เห็น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจคือ มันเป็นผู้ชาย
ผู้ร้ายทำอะไรซักอย่างกับข้อเท้าผมหลังจากนั้นผมก็รู้สึกเหมือนร่างกายไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน
ลมหายใจผมหอบถี่กระชั้น
ความรู้สึกเสียวซ่านหวาบหวามไปทุกที่ที่ถูกสัมผัส ตอนนี้เสื้อผ้าผมถูกถอดออกหมดแล้ว
ไม่นะผมจะเสียประตูหลังงั้นเหรอ!!!
ริมฝีปากผมถูกบดเบียดอย่างรุนแรง
ลิ้นสากไลชอนไชเข้าไปในโพรงปาก ผมถือโอกาสกัดมันเข้าเต็มแรง
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในปาก มันทำให้รู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบอ้วก
“ฤทธิ์มากจริงนะ” เสียงสบถพึมพำอย่างมิใคร่พอใจนักก่อนที่ผมจะถูกจับให้นอนคว่ำหน้าในท่าน่าอาย
ผมพยายามจะขยับสะโพกหนี แต่ก็ถูกรั้งเอาไว้
ก่อนที่สิ่งหนึ่งจะชำแรกผ่านเข้ามาในร่างกายของผม ศักดิ์ศรีได้บอกผมว่าห้ามร้อง
แม้เจ็บเจียนตายสักเพียงใด
“เก่งนี่ ไหนดูซิจะทนได้แค่ไหน”
เสียงพูดนั้นราวกับเสียงจากนรก
สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นนิ้วเริ่มไล้วนไปรอบช่องทางของผม จากหนึ่งเผิ่มมาเป็นสอง
มันแหวกออกจากกันเพ่อจะขยายให้กว้าง ผมกัดฟันทนที่จะไม่กรีดร้องออกมา
“เจ็บก็ร้องออกมาสิ ร้องออกมาดังๆ”
คางผมถูกจับบิดเสียจนคอหัน
ผมคิดว่าคอผมคงจะเคล็ด แรงบีบที่คางทำให้ผมต้องเผยอปากออก
ก่อนที่เรียวปากผมก็ถูกครอบครองอย่างรวดร็วและคุกคาม
ผมถูกกดจูบอยู่นาน
ช่องทางด้านหลังก้ถูกปลุกเร้าไม่หยุด แต่น่าแปลกที่ผมกับไม่รู้สึกดีซักนิด
“อา...ข้าคิดว่าเจ้าพร้อมแล้วนะ”
นิ้วเรียวหลุดออกจากการบีบรัดของผม
สองมือหนาจับเอวผมไว้มั่น ผมรู้ดีว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น
ผมเคยเห็นมากจากไอ้คิลกับไอ้โร
ศักดิ์ศรีของผมพังทลายหมดแล้ว
ผมพยายามดิ้นหนีอย่างสุดแรง ทั้งกรีดร้องและโวยวาย
...ผมกลัวเหลือเกิน...
...ใครก็ได้ช่วยผมที...
ท่อนเนื้อยาวใหญ่กระแทกเข้ามาสุดแรง
ตัวผมกระตุกเฮือกเกร็งชาวาบไปทังตัว ผืนผ้าโชกชุ่มไปด้วยหยดเหลื่อและน้ำตา
“อา ดีเหลือเกิน เสียกรีดร้องของเจ้า น้ำตาของเจ้า
ร่างกายของเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่าง...อา มัน...ทำให้...ข้ารู้สึก...ดี”
“ได้โปรด...หยะ...อย่าขยับนะ” ผมวอนขอ
แต่อีกฝ่ายไม่ฟังเสียงกลับเริ่มขยับช้าๆ แล้วก็เร่งจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ ของเหลวไหลมาตามท่อนขาของผม
ผมคิดว่านั่นเป็นเลือดนะ เพราะกลิ่นคาวของมันฟ้งเต็มไปหมด
หน้าของผมจมลงไปกับหมอน
ผมกัดฟันอย่างสุดแรงเพื่อลดความเจ็บปวด
บอกตามตรงว่าผมไม่ได้มีอารมณ์ร่วมไปกับการกระทำครั้งนี้เลย...มันมีแต่ความรู้สึก
เจ็บ ขมขื่น และทุเรศตัวเอง แล้วผมก็สลบไปก่อนที่ทุกๆอย่างจะจบลง...
edit @ 2007/10/06 20:10:55
edit @ 2007/10/06 20:15:14
edit @ 2007/10/06 20:16:29