Fic-Baramos

[Ro talk]

 

ใช่ว่าผมจะไม่รู้ว่าคิลมันคิดยังไงกับควมสัมพันธ์แบบนี้ของเราสองคน ไม่ใช่มันคนเดียวที่อึดอัด ผมเองก็อึดอัดไม่แพ้กัน ถ้าทำได้นะผมอยากจะตะโกนบอกให้รู้กันทั่วเลยว่า คิล คือคนที่ผมรัก แต่จะทำยังไงได้ในมื่อคำว่าจักรพรรดิมันค้ำคอผมอยู่ อีกอย่างคือ....

 

ห้วงความคิดผมชะงักอยู่แค่นั้นเมื่อผมสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรง คิลที่ประสาทสัมผัสไวกว่าผมปามีดใส่ตรงพุ่มไม้ซักที่ก่อนที่จะถูกบางอย่างโจมตีจนเสียหลักตกจากหลังมังกร ผมไม่หยุดคิดอะไรทั้งนั้นพุ่งตัวตามลงไปคว้าแขนคิลไว้ได้แต่ก็อยู่ในสภาพห้อยต่องแต่งกับสายบังเหียน

 

...โธ่เว้ย ทำไงดีว่ะ... ผมคิดอย่างร้อนรน ถึงจิตสังหารนั่นจะหายไปแล้วก็เถอะแต่มันอาจจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ยิ่งอยู่ในสภาพนี้อีกด้วย

 

จะคิดอะไรนักหนา ก็แค่ปล่อยมือชั้นซะ เสียงคิลโพล่งขึ้นมา

 

พะ...พูดอะไรบ้าๆ...ชั้นไม่ทำหรอกน่า.......จริงสินายใช้ตัวชั้นแทนเชือกปีนขึ้นไป จากนั้นก็ค่อยช่วยดึงชั้นขึ้นไปทีหลัง เป็ฯไงดีไหม

 

ไม่ไหวหรอก ชั้นโดนเต็มๆเลยที่ท้อง ปีนขึ้นไปไม่ไหวหรอก นายปล่อยให้ชั้นตกลงไปเถอะ อย่างน้อยนายก็รอดชีวิตนะ...

 

หยุดพูดบ้าๆได้แล้ว มันต้องมีทางซักทางเซ่ ผมตะคอกใส่คิลด้วยอารมณ์โกรธ โกรธที่มันคิดจะมาตายเพื่อให้ผมรอด

 

ตอนนี้ผมพูดอะไรไม่ออกสมองมันตื้อไปหมด ส่วนคิลก็เอาแต่ก้มหน้านิ่งเงียบ

 

ชาเบรียน คิลพูดขึ้นมาเบาๆท่ามกลางความเงียบ ใจผมหายวาบ...ทำไมนายเรียกชั้นอย่างนั้นล่ะคิล...

 

อย่าลืมสิว่านายเป็นใคร นายเป็นถึงจักรพรรดินะ นายยังมีชาติ บ้านเมือง และประชาชนที่ต้องดูแลปกครอง มีคนอีกนับล้านรอคอยการกลับไปของนาย นายจะมาตายตรงนี้ไม่ได้

 

แล้วนายล่ะคิล ผมพูดเสียงแหบแห้งอย่างคนหมดแรง

 

ไม่ต้องห่วงชั้นหรอก ชั้นมันก็แค่นักฆ่าต๊อกต๋อย ไม่มีหัวคิด แถมยังบาปหนา ฆ่าคนไว้เยอะ ไม่มีใครมาร้องไห้ให้ชั้นหรอกเชื่อสิ คิลเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ผมทั้งขอบตาแดงก่ำ

 

...ไม่ต้องห่วง ทั้งๆที่นายทำหน้าแบบนั้นเนี่ยนะ...

 

นายอย่าบังคับชั้นนักได้ไหม

 

แล้วจะให้ทำยังไงเล่า!!! คิลเริ่มขึ้นเสียงใส่ผม นายไม่ได้เป็นเหมือนชั้นนะ นายเป็นจักรพรรดิ นายเป็นกษัตริย์ นายเป็นผู้นำของคนทั้งประเทศ ส่วนชั้น....มันก็แค่....คนธรรมดา

 

ปลายเสียงนั้นมันถอดเบาลงอย่างน่าใจหาย น้ำตาของผมหยดลงบนแก้มนวลของคิลไหลลงไปผสมกับน้ำตาของเจ้าตัว

 

ถ้าแกไม่ปล่อย ชั้นจะทำให้แกปล่อยเอง ไม่ทันขาดคำคิลก็ใช้มือข้างที่ว่างหยิบมีดขึ้นขึ้นแทงใส่มือผม

 

ผมรู้สึกเจ็บจนชาไปหมด แต่ก็ยังพยายามกุมมือคิลเอาไว้ ดวงตาสีม่วงแดงช้ำเงยขึ้นมาสบดวงตาผม หยาดน้ำยังไหลลงเป็นสาย

 

ทำไม ทำไมไม่ปล่อยล่ะ!!!!!! ปล่อยมือเซ่ไอ้บ้าาาาาาาาาาาา คิลร้องฟูมฟายแล้วเริ่มทุบใส่แขนผม

 

ผมปล่อยให้คิลอาละวาดอยู่นานจนเขาเริ่มสงบ ตอนนี้คิลหยุดทุบแขนผมแล้วมีเพียงแต่เสียงสะอื้นที่ลอยขึ้นมาตามลมให้ได้ยินเป็นระยะๆ

 

ในที่สุดผมก็ตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ ให้ตายเถอะคิล ชั้นไม่ไหวแล้วผมพูดขึ้นหลังจากเงียบมานาน

 

.................คิลเงยหน้าจ้องผมทั้งน้ำตา

 

เป็นเพราะนายไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีดันมาแทงใส่ชั้น

 

................. คิลเริ่มสะอื้นอีกครั้ง

 

ไม่งั้นก็ยังยืดเวลาไปได้อีกหน่อยแล้วแท้ๆ

 

นี่...

 

ถ้าจะรอด เราก็ต้องรอดไปด้วยกัน

 

หมะ...มันหมายความว่าไง

 

แต่ถ้าจะตาย....

 

นายคิดอะไรอยู่ อย่านะดวงตาสีม่วงนั่นเบิกโพร่งขึ้น

 

เราก็ต้องตายไปด้วยกัน

 

อย่าน้าาาาาาาาาาาา

 

ผมไม่ฟังเสียงคิลปล่อยมือที่จับสายบังเหียนไว้ แล้วให้ตัวผมกับคิลร่วงลงไปตามกระแสลม

 

[Kalo talk]

 

แสงแดดที่ส่องแยงตาผมทำให้ผมต้องฝืนลืมตาตื่นขึ้น ผมพยายามยันตัวขึ้นนั่งด้วยความยากลำบาก แถมยังรู้สึกเหนื่อยอ่อนและไม่มีแรง เหตุการณ์เมื่อคืนปรากฏขึ้นในความคิด ผมรีบตลบผ้าห่มผ้าห่มขึ้นดูอย่างรวดเร็ว

ทุกอย่างปกติดีไม่มีร่องรอยหรือคราบอะไรแปลกๆ ร่างกายก็ไม่มีส่วนไหนเจ็บหรือเป็นอะไร เพียงแต่เหมือนไม่มีแรงเฉยๆ

...คงเป็นแค่ฝันไป...ผมคิด...ฝันบ้าๆนั่นทำเอาผมหมดแรง เป็นฝันที่ทุเรศเสียจริง...

ดูจากดวงอาทิตย์แล้วตอนนี้คงสายพอดู ผมรีบลุกขขึ้น แต่ทว่าทันทีที่สองเท้าแตะพื้น ตัวผมก็ทรุดฮวบลงไป ...มันเกิดอะไรขึ้น...ผมสงสัยอย่างมาก ความฝันนั้นตามารังควานผมอีกครั้ง แต่ผมก็ปัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว แล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว

 

 

ตอนนี้ผมพบว่าคิลกับโรไม่อยู่ที่นี่เสียแล้ว ยาที่อยู่ในกระเป๋าก็หายไป ไอ้เจ้าคนแคระเขากวางนั่นก็บอกแต่ว่าให้ใจเย็นๆ...ใครมันจะไปทำได้เล่า...

ผมอยากจะรีบเอายากลับไปให้เฟรินใจจะขาด แต่นี่อะไรกันยาก็หาย ไอ้สองตัวนั่นก็หาย แย่ แย่ แย่ แย่ที่สุดเลย

ในตอนนั้นเองจ้าวปีศาจก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าแย้มยิ้ม ผมรีบเดินเข้าไปหาหมายจะถามสิ่งที่อยากรู้ แต่ท่านจ้าวก็เปิดปากพูดเสียก่อน

อย่ากังวลไปคิงคาโล สหายของท่านทั้งสองได้เดินทางไปพร้อมกับยาก่อนแล้ว 

ผมขมวดคิ้ว งงสิครับ ทำไมอยู่ดีๆไอ้เพื่อนสองหน่อของผมถึงหนีกลับไปก่อน...เอ๊ะ รึว่า................................พวกมันอยากสวีทกันระหว่างทางโดยไม่มีเราเป็นก.ข.ค. ว่ะ(กรำ คาโลรั่วแล้วลูก) ดูเหมือนจ้าวเอวิเดสจะรู้ทันความคิดผมเลยชิงเอ่ยขึ้นมาก่อน

เมื่อเช้านี้ท่านปลุกอย่างไรก็ไม่ตื่น แถมยังตัวร้อน สหายของท่านก็กลัวจะชักช้าไม่ทันการจึงได้ล่วงหน้าไปก่อน 

คิ้วผมยิ่งขมวดเป็นปมหนักเข้าไปอีก ดูสถานการณ์มันแปลกๆอย่างไรชอบกล ผมพยายามสงวนท่าทีเอาไว้ไม่ให้แสดงอาการออกมามาก

ถ้าเช่นนั้นตอนนี้เรารู้สึกดีขึ้นแล้ว หากจะขอเอ่ยลา............. คำพูดของผมชะงักค้างแค่นั้นเมื่ออีกฝ่ายพูดแทรกขึ้นมา

ถ้าท่านจะกลับข้าก็ไม่ได้ห้าม เพียงแต่ตอนนี้ไม่มีมังกรที่พอจะใช้การได้เหลืออยู่เลย

แล้วมังกรของเราล่ะ

ก็สหายของท่านมีกันอยู่สองคน ขี่กันคนละตัวออกไปแล้ว

พอถึงตรงนี้ผมไม่ใช่แค่รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆแล้วแต่ผมมั่นใจได้เลยว่าต้องมีแผนเล่นตลกอะไรแน่ๆ เพราะไอ้คิลมันขี่มังกรไม่เป็นแล้วจะเอาไปคนละตัวได้งยังไง อีกอย่างถึงคิลจะขี่เป็นแต่ผมรู้ว่ามันกับโรไม่ได้โง่ถึงขั้นที่จะเอามังกรไปคนละตัวโดยไม่เหลือให้ผมใช้เลย

ผมสบตามองไปยังดวงตาสีนิลที่ลุกโชนสำรวจตัวผมอย่างหิวกระหาย ดวงตานั้นฉายแววแสดงความต้องการออกมาอย่างเต็มที่ไม่มีปิดบังเล่นเอาผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว เข่าอ่อนจนแทบจะล้มไปตรงนั้นอยู่แล้ว

....นี่มันหมายความว่ายังไงกันนะ...


edit @ 2007/10/06 20:20:45

[Kalo talk]

 

ข้าได้รับจดหมายด่วนจากท่านแล้ว คิงคาโล ท่านจ้าวเอวิเดสว่าขณะเดินเข้ามาในห้องโถงรับรอง

ท่านจ้าว หากท่านไม่ว่าอะไรเราอยากจะขอยาแก้พิษเลยได้หรือไม่ ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรอีก ผมบอกสิ่งที่ต้องการไปอย่างรวดเร็ว ลางสังหรณ์บอกผมว่าผมควรรีบออกไปจากที่นี่

ท่าน.... เสียงเจ้ากวางดังแทรกขัดขึ้นอย่างไม่พอใจ แต่ท่านจ้าวกลับยกมือขึ้ปรามก่อนส่งขวดยาสีฟ้าใสเหลื่อมเงินมาให้ผม

นี่คือยาแก้พิษรารันทูล่า 

ขอบคุณมาก...เรารบกวนท่านมานานคงต้องขอตัวกลับก่อนแล้ว ผมค้อมหัวให้พ่อตาทีนึงก่อนรีบลากเพื่อน 2 ตัวของผมออกมา แต่แล้วผมก็ได้พบว่าข้างมีฝนตกหนัก แถมยังหนักมากเสียด้วยสิ ความสงสัยแล่นเข้ามาในหัว...อะไรกัน เมื่อกี้แดดยังออกเปรี้ยงๆอยู่เลย

เราเข้าใจความรู้สึกท่านดีคาโล เราเองก็ห่วงเฟลิโอน่าไม่แพ้กัน...แต่ท่านน่าจะรออีกหน่อยนะ เสียงนุ่มๆและรอยยิ้มละไมทำให้ผมไม่อาจจะปฏิเสธได้

เราคงต้องขอรบกวนท่านแล้ว ผมเอ่ย ถ้าตอนนั้นผมสังเกตอีกสักหน่อยคงได้เห็นรอยยิ้มอันแสนเจ้าเลห์ที่อยู่ภายใต้หน้ากากของบุรุษแหงความมืด

 

 

 

ผมไม่เข้าใจ หัวใจผมมันเต้นแรงร้อนรุ่มอยู่ข้างใน อาจจะเพราะแปลกที่เลยทำให้ผมนอนกระวนกระวายไม่ค่อยหลับ ผมพยายามไม่คิดมากและข่มตานอนให้ได้ แต่มันไม่สำเร็จผมคิดจะลุกไปหยิบน้ำมาดื่ม แต่ตอนนั้นเองผมก็ได้ยินเสียงหน้าต่างแง้มออก สายลมพัดวูบเข้ามาในห้องทำเอาผมหนาวสะท้าน

เสียงฝีเท้าของผู้บุกรุกเดินตรงมายังเตียงที่ผมนอนอยู่ ตัวผมเกร็งแน่น ผมพยายามรักษความสม่ำเสมอของลมหายใจเอาไว้

มือหยาบกร้านไล้ไปตามใบหน้าผม ทำเอาขนในกายลุกซู่ไปทั้งตัว มือนั้นเริ่มเลื่อนเข้าไปในเสื้อผม ตอนนี้ผมชักเริ่มรู้สึกถึงอะไรที่มันไม่ชอบมาพากล ยิ่งเมื่อไอ้ผู้บุกรุกนั่นมันถอดเสื้อผมออก ตอนนี้ผมไม่ใจเย็นแล้ว ผมลืมตาโพร่งใช้มือยื้อเสื้อเอาไว้

ต่อไปจะเรทแล้วนะถ้าแน่ใจก็กด ctrl+A แล้วไปเลย

เงาตะคุ่มตรงหน้าชะงักเล็กน้อย มันหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่จะรวบข้อมือผมแล้วบิดไปไว้ด้านหลังมัดไว้ด้วยเชือก ผืนผ้าถูกนำมาปิดตาผมไว้ ผมพยายามดิ้นขัดขืนแต่ก็ไร้ผล




อย่าดิ้นน่า เจ็บตัวเอาเปล่าๆ เสียงห้าวทุ้มลึกฟังดูคุ้นหู ถึงผมก็จะมองไม่เห็น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจคือ มันเป็นผู้ชาย

ผู้ร้ายทำอะไรซักอย่างกับข้อเท้าผมหลังจากนั้นผมก็รู้สึกเหมือนร่างกายไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน

ลมหายใจผมหอบถี่กระชั้น ความรู้สึกเสียวซ่านหวาบหวามไปทุกที่ที่ถูกสัมผัส ตอนนี้เสื้อผ้าผมถูกถอดออกหมดแล้ว ไม่นะผมจะเสียประตูหลังงั้นเหรอ!!!

 ริมฝีปากผมถูกบดเบียดอย่างรุนแรง ลิ้นสากไลชอนไชเข้าไปในโพรงปาก ผมถือโอกาสกัดมันเข้าเต็มแรง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในปาก มันทำให้รู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบอ้วก

ฤทธิ์มากจริงนะ เสียงสบถพึมพำอย่างมิใคร่พอใจนักก่อนที่ผมจะถูกจับให้นอนคว่ำหน้าในท่าน่าอาย ผมพยายามจะขยับสะโพกหนี แต่ก็ถูกรั้งเอาไว้ ก่อนที่สิ่งหนึ่งจะชำแรกผ่านเข้ามาในร่างกายของผม ศักดิ์ศรีได้บอกผมว่าห้ามร้อง แม้เจ็บเจียนตายสักเพียงใด

เก่งนี่ ไหนดูซิจะทนได้แค่ไหน 

เสียงพูดนั้นราวกับเสียงจากนรก สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นนิ้วเริ่มไล้วนไปรอบช่องทางของผม จากหนึ่งเผิ่มมาเป็นสอง มันแหวกออกจากกันเพ่อจะขยายให้กว้าง ผมกัดฟันทนที่จะไม่กรีดร้องออกมา

เจ็บก็ร้องออกมาสิ ร้องออกมาดังๆ 

คางผมถูกจับบิดเสียจนคอหัน ผมคิดว่าคอผมคงจะเคล็ด แรงบีบที่คางทำให้ผมต้องเผยอปากออก ก่อนที่เรียวปากผมก็ถูกครอบครองอย่างรวดร็วและคุกคาม

ผมถูกกดจูบอยู่นาน ช่องทางด้านหลังก้ถูกปลุกเร้าไม่หยุด แต่น่าแปลกที่ผมกับไม่รู้สึกดีซักนิด

อา...ข้าคิดว่าเจ้าพร้อมแล้วนะ

นิ้วเรียวหลุดออกจากการบีบรัดของผม สองมือหนาจับเอวผมไว้มั่น ผมรู้ดีว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ผมเคยเห็นมากจากไอ้คิลกับไอ้โร

ศักดิ์ศรีของผมพังทลายหมดแล้ว ผมพยายามดิ้นหนีอย่างสุดแรง ทั้งกรีดร้องและโวยวาย

...ผมกลัวเหลือเกิน...

...ใครก็ได้ช่วยผมที...

ท่อนเนื้อยาวใหญ่กระแทกเข้ามาสุดแรง ตัวผมกระตุกเฮือกเกร็งชาวาบไปทังตัว ผืนผ้าโชกชุ่มไปด้วยหยดเหลื่อและน้ำตา

อา ดีเหลือเกิน เสียกรีดร้องของเจ้า น้ำตาของเจ้า ร่างกายของเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่าง...อา มัน...ทำให้...ข้ารู้สึก...ดี

ได้โปรด...หยะ...อย่าขยับนะ ผมวอนขอ แต่อีกฝ่ายไม่ฟังเสียงกลับเริ่มขยับช้าๆ แล้วก็เร่งจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ ของเหลวไหลมาตามท่อนขาของผม ผมคิดว่านั่นเป็นเลือดนะ เพราะกลิ่นคาวของมันฟ้งเต็มไปหมด

หน้าของผมจมลงไปกับหมอน ผมกัดฟันอย่างสุดแรงเพื่อลดความเจ็บปวด บอกตามตรงว่าผมไม่ได้มีอารมณ์ร่วมไปกับการกระทำครั้งนี้เลย...มันมีแต่ความรู้สึก เจ็บ ขมขื่น และทุเรศตัวเอง แล้วผมก็สลบไปก่อนที่ทุกๆอย่างจะจบลง...

 


edit @ 2007/10/06 20:10:55
edit @ 2007/10/06 20:15:14
edit @ 2007/10/06 20:16:29